ข้อยกเว้นความรับผิดเพื่อละเมิด นิรโทษกรรม การพิจารณาคดีความรับผิดเพื่อละเมิด และข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

printer-friendly version

๑. ข้อยกเว้นความรับผิดเพื่อละเมิด

Oblivion is the rule and fame the exception, of humanity.

– Antoine Rivarol

(๑) ทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ และขอบเขต ของการศึกษา

เพื่อทำความเข้าใจความหมาย และผล ของข้อยกเว้นความรับผิดเพื่อละเมิด

(๒) ศึกษามาตรา ๔๒๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

Section 420. A person who, wilfully or negligently, unlawfully injures the life, body, health, liberty, property or any right of another person, is said to commit a wrongful act and is bound to make compensation therefor.

มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

(๓) ศึกษาเอกสาร ดังต่อไปนี้

(๔) ศึกษาสไลด์ เรื่อง ข้อยกเว้นความรับผิดเพื่อละเมิด

slideshow in PDF

(๕) ตอบคำถาม ดังต่อไปนี้

  • ข้อยกเว้นความรับผิดเพื่อละเมิดอาจมีได้ในกรณีใดบ้าง
  • “volenti non fit iniuria” หมายความว่าอย่างไร มีลักษณะอย่างไร

(๖) ทบทวนด้วยการชมวิดีโอ เรื่อง ข้อยกเว้นความรับผิดเพื่อละเมิด

๒. นิรโทษกรรม

We are all full of weakness and errors; let us mutually pardon each other our follies – it is the first law of nature.

– Voltaire

(๑) ทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ และขอบเขต ของการศึกษา

  • เพื่อทำความเข้าใจความหมาย และผล ของนิรโทษกรรม
  • เพื่อทำความเข้าใจทฤษฎี หลักกฎหมาย และผล ของการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ที่จัดว่าเป็นนิรโทษกรรม
  • เพื่อทำความเข้าใจทฤษฎี หลักกฎหมาย และผล ของการกระทำตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย ที่จัดว่าเป็นนิรโทษกรรม
  • เพื่อทำความเข้าใจทฤษฎี หลักกฎหมาย และผล ของการบำบัดปัดป้องภยันตรายอันมีแก่เอกชนโดยฉุกเฉิน ที่จัดว่าเป็นนิรโทษกรรม
  • เพื่อทำความเข้าใจทฤษฎี หลักกฎหมาย และผล ของการบำบัดปัดป้องภยันตรายซึ่งมีมาเป็นสาธารณะโดยฉุกเฉิน ที่จัดว่าเป็นนิรโทษกรรม
  • เพื่อทำความเข้าใจทฤษฎี หลักกฎหมาย และผล ของการป้องกันสิทธิของตน หรือของบุคคลภายนอก จากภยันตรายอันมีมาโดยฉุกเฉิน ที่จัดว่าเป็นนิรโทษกรรม รวมทั้งข้อยกเว้น
  • เพื่อทำความเข้าใจทฤษฎี หลักกฎหมาย และผล ของการใช้กำลังเพื่อป้องกันสิทธิของตน รวมทั้งข้อยกเว้น
  • เพื่อทำความเข้าใจทฤษฎี หลักกฎหมาย และผล ของการจับ ยึด หรือฆ่า สัตว์ของผู้อื่น ที่จัดว่าเป็นนิรโทษกรรม

(๒) ศึกษามาตรา ๔๔๙ มาตรา ๔๕๐ มาตรา ๔๕๑ และมาตรา ๔๕๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

Section 449. A person who, acting in lawful defence or under a lawful command, has caused injury to any other person is not liable to make compensation.

The injured person can claim compensation from the person against whom the lawful defence was directed, or from the person who wrongfully gave the command, as the case may be.

มาตรา ๔๔๙ บุคคลบุคคลใดเมื่อกระทำการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายก็ดี กระทำตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายก็ดี หากก่อให้เกิดเสียหายแก่ผู้อื่นไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นหาต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่

ผู้ต้องเสียหายอาจเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้เป็นต้นเหตุให้ต้องป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือจากบุคคลผู้ให้คำสั่งโดยละเมิดนั้นก็ได้

Section 450. If a person damages or destroys a thing in order to avert an immediate common danger, he is not liable to make compensation, provided the damage done is not out of proportion to the danger.

If a person damages or destroys a thing in order to avert an immediate individual danger, he shall make restitution therefor.

If a person damages or destroys a thing in order to protect the rights of himself or of a third person against immediate danger threatened by the thing itself, such person is not liable to make compensation, provided the damage done is not out of proportion to the danger. If the danger was caused by such person”s fault he is liable to make compensation.

มาตรา ๔๕๐ ถ้าบุคคลทำบุบสลาย หรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อจะบำบัดปัดป้องภยันตรายซึ่งมีมาเป็นสาธารณะโดยฉุกเฉิน ท่านว่าไม่จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หากความเสียหายนั้นไม่เกินสมควรแก่เหตุภยันตราย

ถ้าบุคคลทำบุบสลาย หรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อจะบำบัดปัดป้องภยันตรายอันมีแก่เอกชนโดยฉุกเฉิน ผู้นั้นจะต้องใช้คืนทรัพย์นั้น

ถ้าบุคคลทำบุบสลาย หรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อจะป้องกันสิทธิของตนหรือของบุคคลภายนอกจากภยันตรายอันมีมาโดยฉุกเฉิน เพราะตัวทรัพย์นั้นเองเป็นเหตุ บุคคลเช่นว่านี้หาต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่ หากว่าความเสียหายนั้นไม่เกินสมควรแก่เหตุ แต่ถ้าภยันตรายนั้นเกิดขึ้นเพราะความผิดของบุคคลนั้นเองแล้ว ท่านว่าจำต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้

Section 451.  A person who uses force for protecting his right is not liable to make compensation if under the circumstances the help of the Court or of the proper authorities is not obtainable in due time and there is danger that, if he does not act immediately, the realisation of his right will be frustrated or seriously impeded.

The using of force according to the foregoing paragraph must be strictly limited to that which is necessary for averting the danger.

If any person does the act specified in the first paragraph under the erroneous assumption that the necessary conditions exist to render his act lawful, he is liable to make compensation to the other person, even if the error was not due to his negligence.

มาตรา ๔๕๑ บุคคลใช้กำลังเพื่อป้องกันสิทธิของตน ถ้าตามพฤติการณ์จะขอให้ศาลหรือเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือให้ทันท่วงทีไม่ได้ และถ้ามิได้ทำในทันใด ภัยมีอยู่ด้วยการที่ตนจะได้สมดังสิทธินั้นจะต้องประวิงไปมากหรือถึงแก่สาบสูญได้ไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นหาต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่

การใช้กำลังดังกล่าวมาในวรรคก่อนนั้น ท่านว่าต้องจำกัดครัดเคร่งแต่เฉพาะที่จำเป็นเพื่อจะบำบัดปัดป้องภยันตรายเท่านั้น

ถ้าบุคคลผู้ใดกระทำการดังกล่าวมาในวรรคต้น เพราะหลงสันนิษฐานพลาดไปว่ามีเหตุอันจำเป็นที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายไซร้ ท่านว่าผู้นั้นจะต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลอื่น แม้ทั้งการที่หลงพลาดไปนั้นจะมิใช่เป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของตน

Section 452. A possessor of an immovable property is entitled to seize animals belonging to another person which cause injury on such property and retain them as security for any compensation which may be due to him; he is even entitled to kill them if it is necessary under the circumstances.

However he must give notice without delay to the owner of the animals. If the owner could not be found, the person seizing must take proper measures to seek him out.

มาตรา ๔๕๒ ผู้ครองอสังหาริมทรัพย์ชอบที่จะจับสัตว์ของผู้อื่นอันเข้ามาทำความเสียหายในอสังหาริมทรัพย์นั้น และยึดไว้เป็นประกันค่าสินไหมทดแทนอันจะพึงต้องใช้แก่ตนได้ และถ้าเป็นการจำเป็นโดยพฤติการณ์แม้จะฆ่าสัตว์นั้นเสียก็ชอบที่จะทำได้

แต่ว่าผู้นั้นต้องบอกกล่าวแก่เจ้าของสัตว์โดยไม่ชักช้า ถ้าและหาตัวเจ้าของสัตว์ไม่พบ ผู้ที่จับสัตว์ไว้ต้องจัดการตามสมควรเพื่อสืบหาตัวเจ้าของ

(๓) ศึกษาเอกสาร ดังต่อไปนี้

(๔) ศึกษาสไลด์ เรื่อง นิรโทษกรรม

slideshow in PDF 

(๕) ตอบคำถาม ดังต่อไปนี้

“นิรโทษกรรม” หมายความว่าอย่างไร

(ก) การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือการกระทำตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย

  • “กระทำการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย” หมายความว่าอย่างไร
  • “กระทำตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย” หมายความว่าอย่างไร
  • “ผู้เป็นต้นเหตุให้ต้องป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย” หมายความว่าอย่างไร
  • “บุคคลผู้ให้คำสั่งโดยละเมิด” หมายความว่าอย่างไร
  • การก่อให้เกิดเสียหายแก่ผู้อื่นในลักษณะใด ที่จัดว่าเป็นนิรโทษกรรม อันทำให้ผู้กระทำหาต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามนัยมาตรา ๔๔๙ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่
  • นอกจากผู้ก่อให้เกิดความเสียหายตามนัยมาตรา ๔๔๙ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ต้องเสียหายยังอาจเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ใดได้อีกบ้าง

(ข) การป้องกันภัยฉุกเฉิน

  • “ทำบุบสลาย หรือทำลาย ทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใด”หมายความว่าอย่างไร
  • “เพื่อจะบำบัดปัดป้องภยันตรายซึ่งมีมาเป็นสาธารณะ” หมายความว่าอย่างไร
  • “โดยฉุกเฉิน” หมายความว่าอย่างไร
  • “ความเสียหายนั้นไม่เกินสมควรแก่เหตุภยันตราย” หมายความว่าอย่างไร
  • การกระทำในลักษณะเช่นใด ที่จัดว่าเป็นนิรโทษกรรม อันทำให้ผู้กระทำไม่จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามนัยมาตรา ๔๕๐ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
  • “เพื่อจะบำบัดปัดป้องภยันตรายอันมีแก่เอกชนโดยฉุกเฉิน” หมายความว่าอย่างไร
  • การกระทำในลักษณะเช่นใด อันทำให้ผู้กระทำต้องใช้คืนทรัพย์ ตามนัยมาตรา ๔๕๐ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
  • “ป้องกันสิทธิของตน หรือของบุคคลภายนอก จากภยันตรายอันมีมาโดยฉุกเฉิน” หมายความว่าอย่างไร
  • “เพราะตัวทรัพย์นั้นเองเป็นเหตุ” หมายความว่าอย่างไร
  • “ความเสียหายนั้นไม่เกินสมควรแก่เหตุ” หมายความว่าอย่างไร
  • “ภยันตรายนั้นเกิดขึ้นเพราะความผิดของบุคคลนั้นเอง” หมายความว่าอย่างไร
  • การกระทำในลักษณะเช่นใด ที่จัดว่าเป็นนิรโทษกรรม อันทำให้ผู้กระทำหาต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามนัยมาตรา ๔๕๐ วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่ มีข้อยกเว้นประการใดบ้าง และข้อยกเว้นเช่นว่านั้นก่อให้เกิดผลประการใดบ้าง

(ค) การใช้กำลังป้องกันสิทธิ

  • “ใช้กำลังเพื่อป้องกันสิทธิของตน” หมายความว่าอย่างไร
  • “ตามพฤติการณ์จะขอให้ศาล หรือเจ้าหน้าที่ ช่วยเหลือให้ทันท่วงทีไม่ได้” หมายความว่าอย่างไร
  • “ถ้ามิได้ทำในทันใด ภัยมีอยู่ด้วยการที่ตนจะได้สมดังสิทธินั้นจะต้องประวิงไปมาก” หมายความว่าอย่างไร
  • “ถ้ามิได้ทำในทันใด ภัยมีอยู่ด้วยการที่ตนจะได้สมดังสิทธินั้นจะต้องถึงแก่สาบสูญได้” หมายความว่าอย่างไร
  • “ต้องจำกัดครัดเคร่งแต่เฉพาะที่จำเป็นเพื่อจะบำบัดปัดป้องภยันตรายเท่านั้น” หมายความว่าอย่างไร
  • “เพราะหลงสันนิษฐานพลาดไปว่ามีเหตุอันจำเป็นที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย” หมายความว่าอย่างไร
  • “แม้ทั้งการที่หลงพลาดไปนั้นจะมิใช่เป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของตน” หมายความว่าอย่างไร
  • การกระทำในลักษณะเช่นใด ที่จัดว่าเป็นนิรโทษกรรม อันทำให้ผู้กระทำหาต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามนัยมาตรา ๔๕๑ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่มีข้อยกเว้นประการใดบ้าง และข้อยกเว้นเช่นว่านั้นก่อให้เกิดผลประการใดบ้าง

(ง) การจับ ยึดหรือฆ่าสัตว์

  • พฤติการณ์ในลักษณะใด ทำให้ผู้ครองอสังหาริมทรัพย์ชอบที่จะจับสัตว์ของผู้อื่น และยึดไว้เป็นประกันค่าสินไหมทดแทนอันจะพึงต้องใช้แก่ตนได้ ตามนัยมาตรา ๔๕๒ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
  • มีพฤติการณ์ในลักษณะใด หรือไม่ ทำให้ผู้ครองอสังหาริมทรัพย์อาจฆ่าสัตว์ ที่จับ และยึดไว้เป็นประกันค่าสินไหมทดแทนอันจะพึงต้องใช้แก่ตน ตามนัยมาตรา ๔๕๒ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้โดยชอบ
  • นอกจากสิทธิของผู้ครองอสังหาริมทรัพย์ มาตรา ๔๕๒ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีหน้าที่ประการใดบ้าง

(๖) ทบทวนด้วยการชมวิดีโอ เรื่อง นิรโทษกรรม

๓. การพิจารณาคดีความรับผิดเพื่อละเมิด

Everything must justify its existence before the judgment seat of Reason, or give up existence.

– Friedrich Engels

(๑) ทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ และขอบเขต ของการศึกษา

เพื่อทำความเข้าใจทฤษฎี และหลักกฎหมาย ในการพิจารณาคดีความรับผิดเพื่อละเมิด

(๒) ศึกษามาตรา ๔๒๔ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

Section 424. The Court, when giving judgment as to the liability for wrongful act and the amount of compensation, shall not be bound by the provisions of the criminal law concerning liability to punishment or by the conviction or non-conviction of the wrong doer for a criminal offence.

มาตรา ๔๒๔ ในการพิพากษาคดีข้อความรับผิดเพื่อละเมิดและกำหนดค่าสินไหมทดแทนนั้น ท่านว่าศาลไม่จำต้องดำเนินตามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายลักษณะอาญาอันว่าด้วยการที่จะต้องรับโทษ และไม่จำต้องพิเคราะห์ถึงการที่ผู้กระทำผิดต้องคำพิพากษาลงโทษทางอาญาหรือไม่

(๓) ศึกษาเอกสาร ดังต่อไปนี้

(๔) ศึกษาสไลด์ เรื่อง การพิจารณาคดีความรับผิดเพื่อละเมิด

slideshow in PDF 

(๕) ตอบคำถาม ดังต่อไปนี้

  • “ไม่จำต้องดำเนินตามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายลักษณะอาญาอันว่าด้วยการที่จะต้องรับโทษ” หมายความว่าอย่างไร
  • “ไม่จำต้องพิเคราะห์ถึงการที่ผู้กระทำผิดต้องคำพิพากษาลงโทษทางอาญาหรือไม่” หมายความว่าอย่างไร
  • ในการพิพากษาคดีความรับผิดเพื่อละเมิด ศาลต้องดำเนินการประการใด

(๖) ทบทวนด้วยการชมวิดีโอ เรื่อง การพิจารณาคดีความรับผิดเพื่อละเมิด

๔. ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

Our sense of fairness tells us that people should pay for the wrong they do.

– Lewis B Smedes

(๑) ทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ และขอบเขตของการศึกษา

  • เพื่อทำความเข้าใจความหมาย และผล ของข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
  • เพื่อทำความเข้าใจทฤษฎี และหลักกฎหมาย เกี่ยวกับข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

(๒) ศึกษาพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐

(๓) ศึกษาสไลด์ เรื่อง ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

slideshow in pDF

(๔) ตอบคำถาม ดังต่อไปนี้

  • ข้อสัญญา “หมายความว่าอย่างไร
  • ผู้บริโภค” หมายความว่าอย่างไร
  • ผู้ประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพ” หมายความว่าอย่างไร
  • สัญญาสำเร็จรูป” หมายความว่าอย่างไร
  • ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตามนัยมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐ มีลักษณะอย่างไร และมีผลอย่างไร
  • ในกรณีที่มีข้อสงสัย การตีความสัญญาสำเร็จรูปต้องกระทำในลักษณะเช่นใด
  • ข้อตกลงที่มีลักษณะอย่างไร เป็นข้อตกลงที่อาจถือได้ว่าทำให้คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง ตามนัยมาตรา ๔ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐
  • ในการพิจารณาข้อตกลงที่ทำให้ได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งตามมาตรา ๔ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐ ว่าจะเป็นการได้เปรียบเกินสมควรหรือไม่ ต้องดำเนินการอย่างไร
  • ข้อตกลงลักษณะใดที่จัดว่าเป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิ หรือเสรีภาพ ต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ตามนัยมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐ และมีผลอย่างไร
  • ในการวินิจฉัยว่าข้อตกลงตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐ ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิ หรือเสรีภาพ ต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้หรือไม่ ต้องดำเนินการอย่างไร
  • ข้อตกลงยกเว้น หรือจำกัดความรับผิด ในลักษณะใด ที่ต้องห้ามตามนัยมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐ มีข้อยกเว้นประการใด และข้อยกเว้นเช่นว่านั้นมีผลอย่างไร
  • มาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐ บัญญัติเกี่ยวกับสัญญาที่มีการให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำไว้ประการใด
  • ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความ ที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า ในลักษณะใด ที่จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้น หรือจำกัดความรับผิด ไม่ได้
  • ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความ ที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้น หรือจำกัดความรับผิด ในกรณีอื่น นอกจากที่กล่าวในมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งไม่เป็นโมฆะ มีผลอย่างไร
  • มาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐ บัญญัติให้ความตกลง หรือความยินยอม ของผู้เสียหาย สำหรับการกระทำที่ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน มีผลอย่างไร
  • ในการวินิจฉัยว่าข้อสัญญาจะมีผลบังคับเพียงใดจึงจะเป็นธรรม และพอสมควรแก่กรณี หรือไม่ มาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐ บัญญัติให้พิเคราะห์อย่างไร
  • ข้อสัญญาลักษณะใด ที่มาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐ บัญญัติให้เป็นโมฆะ
  • พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐ ไม่ใช้บังคับแก่นิติกรรม หรือสัญญา ที่ทำขึ้นเมื่อใด
  • มีกรณีใดบ้าง ที่ศาลอาจขอให้ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้เชี่ยวชาญ มาให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาพิพากษาได้

(๕) ทบทวนด้วยการชมวิดีโอ เรื่อง ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม