ความรับผิดเพื่อละเมิด (๑): การทำละเมิด

คำถามดังต่อไปนี้คือประเด็นเบื้องต้นในการศึกษาลักษณะหรือองค์ประกอบของการทำละเมิด คุณภาพของการอธิบายของนักศึกษาแต่ละประเด็นสามารถสะท้อนระดับความเข้าใจหรือระดับการเรียนรู้ของนักศึกษาในประเด็นต่างๆ เช่นว่ามานี้ได้ ดังนั้น ผมจึงคาดหวังให้นักศึกษาหมั่นประเมินและพัฒนาระดับความเข้าใจและระดับการเรียนรู้ของตนด้วยการหมั่นศึกษาหนังสือหรือตำราในส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งหมั่นปรับปรุงคุณภาพของการอธิบายของนักศึกษาในแต่ละประเด็นให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอย่างต่อเนื่องตลอดภาคการศึกษา

  • มาตรา ๔๒๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติกำหนดลักษณะหรือองค์ประกอบของการ “ทำละเมิด” ไว้ประการใดบ้าง
  • “จงใจ” หมายความว่าอย่างไร
  • “ประมาทเลินเล่อ” หมายความว่าอย่างไร
  • “จงใจ” แตกต่างจาก “ประมาทเลินเล่อ” อย่างไร
  • “ทำ” หมายความว่าอย่างไร เป็นสาระสำคัญของการทำละเมิดอย่างไร
  • “ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย” หมายความว่าอย่างไร เป็นสาระสำคัญของการทำละเมิดอย่างไร
  • “ทำให้เขาเสียหาย” หมายความว่าอย่างไร เป็นสาระสำคัญของการทำละเมิดอย่างไร
  • “เสียหายถึงแก่ชีวิต” หมายความว่าอย่างไร ยกตัวอย่าง
  • “เสียหายแก่ร่างกาย” หมายความว่าอย่างไร ยกตัวอย่าง
  • “เสียหายแก่อนามัย” หมายความว่าอย่างไร ยกตัวอย่าง
  • “เสียหายแก่เสรีภาพ” หมายความว่าอย่างไร ยกตัวอย่าง
  • “เสียหายแก่ทรัพย์สิน” หมายความว่าอย่างไร ยกตัวอย่าง
  • “สิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด” หมายความว่าอย่างไร ยกตัวอย่าง
  • ที่กล่าวกันว่า “ความเสียหายต้องเป็นผลจากการกระทำของผู้ทำความเสียหายตามหลักความสัมพันธ์ระหว่างเหตุกับผลหรือระหว่างความผิดกับความเสียหาย” หมายความว่าอย่างไร เป็นสาระสำคัญของการทำละเมิดอย่างไร
  • “ทฤษฎีเงื่อนไข” หรือ “ทฤษฎีความเท่าเทียมกันแห่งเหตุ” มีองค์ประกอบประการใด มีข้อดีและข้อเสียในการใช้ประการใดบ้าง
  • “ทฤษฎีมูลเหตุเหมาะสม” มีองค์ประกอบประการใด มีข้อดีและข้อเสียในการใช้ประการใดบ้าง
  • เนื่องจากการใช้ทฤษฎีทั้งสองดังกล่าวข้างต้นต่างมีข้อดีข้อเสียอันอาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่คู่กรณีได้ เพื่อป้องกันหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าว นักกฎหมายมีแนวทางในการใช้ทฤษฎีทั้งสองอย่างไร